Categories
ท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศลาว

ลาวเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่จะทำให้นักท่องเที่ยวพบกับความตื่นตาความแปลกใหม่อย่างแท้จริง ด้วยแนวคิดที่ว่า “ย้อนเวลา” ด้วยบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งมรดกโลกที่มีความเก่าแก่ เหมือนคุณกำลังนั่งรถไฟเหอะย้อนเวลากลับไปในอดีต ประชากรของที่นี่ก็เป็นมิตรและให้การต้อนรับอย่างดี แม้กระทั่งยูเนสโก้ยังจัดอันดับให้เมืองทั้งเมืองเป็นมรดกของโลก ซึ่งก็คือหลวงพระบางนั่นเอง หากคุณต้องการประสบการณ์ท่องเที่ยวอันยอดเยี่ยมแล้ว ประเทศลาวเป็นอีกประเทศที่น่าหลงใหลอย่างที่สุด เรามีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่คุณไม่ควรพลาดมานำเสนอดังนี้

หลวงพระบาง (Luang Prabang)

หลวงพระบางตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศลาว ยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี 1995 นักท่องเที่ยวและนักเขียนจำนวนมากได้ให้คำนิยามของหลวงพระบางไว้ว่าเป็นหัวใจทางด้านวัฒนธรรมของประเทศลาว ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาอยู่บนพื้นที่สูง 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลที่บรรจบกันของแม่น้ำข่านและแม่น้ำโขง หลวงพระบางเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆของลาวและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการบรรยากาศความสุขกับการกินดื่มและนอนหลับ เมืองนี้น่าจะเหมาะกับพวกเขามากกว่าเมืองเวียงจันทน์

หลวงพระบางเป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรล้านช้าง จนกระทั่งพระเจ้า Phothisarat ได้ย้ายเมืองหลวงมายังเวียงจันทน์ในปี ค.ศ. 1545 เมืองทั้งเมืองทุ่มเทให้กับการท่องเที่ยว โดยมีวัดวาอารามเก่าแก่กว่า 33 วัดในเส้นทางท่องเที่ยว ถึงอย่างนั้นเมืองนี้ ยังคงเป็นศูนย์กลางสำหรับการเรียนรู้พุทธศาสนาและเป็นสถานที่สำหรับการทำสมาธิในประเทศลาว

นอกจากนี้ เมืองนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นอีก เช่น น้ำตกที่ตกจากที่สูงและคุณยังสามารถที่จะกระโดดน้ำ ว่ายน้ำ แล่นเรือเล่นในแม่น้ำโขงได้อีกด้วย เมืองเล็กๆแห่งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเข้านอนกันในเวลาประมาณ 4 ทุ่ม หรือ 22:00 น. เป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีรายได้และนักท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุดในประเทศลาว หากคุณมาประเทศลาวแล้วคุณไม่ควรพลาดที่จะมาท่องเที่ยวหลวงพระบางแห่งนี้

พระธาตุหลวง (That Luang)

พระธาตุหลวงเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญและป็นศูนย์รวมใจของประชาชนของประเทศลาว โดยมีลักษณะเป็นพระเจดีย์สีทอง ถูกสร้างขึ้นขึ้นในศตวรรษที่ 3 ได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่โดยสมเด็จพระเจ้าอภัยพุทธบวร ไชยเชษฐาธิราช ในปี 1566 หลังจากที่พระองค์ได้ย้ายเมืองหลวงของประเทศลาวจากหลวงพระบางไปยังเวียงจันทร์

พระมหาเจดีย์แห่งนี้มีความสูง 45 เมตร ยาว 69 เมตรและล้อมรอบไปด้วยเจดีย์ขนาดเล็ก 30 องค์ ได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงปี 1828 และได้รับการบูรณะหลายต่อหลายครั้ง พระธาตุหลวงตั้งอยู่บนถนนธาตุหลวงที่ท้ายสุดของถนน 23 Singha Rd อยู่ห่างจากตลาดเช้าเพียง 2.5 กิโลเมตร จากกลางเมืองที่คุณสามารถมาที่นี่ได้โดยการเช่ารถตุ๊กตุ๊กหรือปั่นจักรยาน โดยจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที

วังเวียง (Vang Vieng)

การเดินทางสู่ วังเวียง (Vang Vieng) คงเป็นทริปอันดับต้น ๆ ที่เหล่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสนใจ เนื่องจากสถานที่แห่งประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมความงดงามตามธรรมชาติ โดยเฉพาะถ้ำธรรมชาติที่อยู่ในวังเวียงและมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก อย่างเช่น ถ้ำจัง ซึ่งถือได้ว่าเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำที่ blue lagoon สระน้ำใสเย็นที่หน้าถ้ำจังได้อย่างสนุกสนาน , ถ้ำผาเผือก ซึ่งถือได้ว่าเป็นถ้ำอีกหนึ่งสถานที่ที่อยู่ไม่ไกลจากถ้ำจัง และนอกจากนี้ยังคงมี ถ้ำพูคำ , ถ้ำผาเจ้า และ ถ้ำช้าง นอกจากนี้ประเทศลาวยังคงมีวัดเก่าอายุราว 400-500 ปีอยู่หลายแห่งด้วยกันภายในพื้นที่ของวังเวียง เช่น วัดสีเสียงทอง หรือ วัดธาตุ วัดคัง วัดหัวพัน วัดสีสุมาน และวัดพงเพ็ญ ซึ่งอยู่ในเขตตัวเมือง มีตลาดเช้าอย่าง ตลาดเช้าวังเวียง หรือvangvieng morning market ที่เหมาะมากที่จะเดินเที่ยวเพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตชาวบ้านท่านสามารถหาอาหารพื้นเมืองน่ารับประทานได้ที่ตลาดนี้ด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีจุดชมวิวให้ท่านชมวิวจิบกาแฟชิลๆยามเช้าที่วังเวียงได้ด้วย

และด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้เราไม่อาจกล่าวต้านคำพูดที่ว่า ผู้คนหลายคนที่ได้ไปสัมผัสกับการท่องเที่ยวในประเทศลาว ก็มักจะเกิดความประทับใจ พร้อมทั้งเกิดแรงบัลดาลใจดี ๆ ในการเดินทางท่องเที่ยวที่ “วังเวียง” ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ เปรียบเสมือนเป็นสถานที่ชาร์จแบตให้กับเหล่านักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้อย่างแท้จริง

วัดศรีสะเกษ (Wat Sisaket)

วัดสีสะเกด หรือ วัดสะตะสะหัดสาราม เป็นวัดที่ถูกสร้างขึ้นให้เป็นศูนย์กลางแห่งนครเวียงจันทน์ติดกับหอคำ พระราชวังหลวงของกษัตริย์ลาวสมัยก่อนซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้มีอายุกว่า463ปีแล้วนับตั้งแต่พุทธศักราชที่2094 ถือเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ เนื่องด้วยอยู่คู่เมืองลาวมาหลายยุคศึกสงคราม และเป็นเพียงวัดเดียวในช่วงนั้นที่ไม่เคยถูกทำลายเช่นวัดอื่นๆในเวียงจันทน์และปัจจุบันยังไม่มีการปลูกสิ่งก่อสร้างใหม่ๆภายใน ทำให้เป็นที่ถูกใจสำหรับคนรักของเก่าหลายๆคนที่ชื่นชอบการตกแต่งด้วยศิลปผสมระหว่างล้านช้างกับล้านนา ภายในวัดจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์มีกมเลียนล้อมทั้ง4ด้าน โดยมีพระพุทธรูปองค์รวมกันทั้งหมด10,136องค์ ซึ่งได้จากประชาชนที่มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนาหล่อมาถวายและภายในสิมมีพระประทานองค์ใหญ่ที่หล่อจากเพชรฟอกด้วยน้ำปิวหันหน้าไปทางทิศเหนือ มีราวเทียนที่แกะสลักเป็นรูปพญานาคสองตนเอาหางพันกันซึ่งแสดงถึงความสามัคคี เดินออกมาจะเจอกับคลังเก็บพระพุทธรูปที่ถูกทำลายจากสงคราม ซึ่งมีการค้นพบจากใต้ดินในภายหลัง ส่วนมากจะถูกบั่นพระเศียรออก

สุดท้ายคือหอพระไตรปิฏก ซึ่งปัจจุบันมีเพียงหอให้ได้ชมเท่านั้นเพราะถูกปล้นสะดมพระไตรปิฏกไปเผาทำลายจนหมดแล้วในช่วงสงคราม นอกจากนี้ยังมีแผ่นศิลาจารึกที่บันทึกเรื่องราวประวัติของวัดสีสะเกดไว้ด้วย หากใครชื่นชอบงานศิลปะโบราณและอยากลองไปเที่ยวต่างประเทศดูสักครั้งบ้างขอบอกเลยว่าวัดนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

น้ำตกตาดฟาน (Tad Fane Waterfall)

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวภายในประเทศลาวอย่าง “น้ำตกตาดฟาน (Tad Fane Waterfall)” หากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ได้มีโอกาสเดินทางสู่ประเทศลาว สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้คงจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าจะถูกใจอย่างยิ่ง สำหรับคนรักธรรมชาติพร้อมทั้งบรรยากาศร่มรื่น ซึ่งวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของม่านหมอกที่ปกคลุมน้ำตก และเหล่าต้นไม้น้อยใหญ่ที่เขียวขจี รวมไปถึงอากาศภายในพื้นที่แห่งนี้มีความหนาวเย็นตลอดปี นอกจากนี้ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ยังคงเป็นเส้นทางสู่เมืองปากเซ เมืองแห่งขุนเขาและไร่กาแฟ ที่ถือเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกของประเทศลาว น้ำตกเส้นนี้เกิดจากการไหลของแม่น้ำสองสายมารวมกัน โดยสายแรกทางซ้ายมือ ไหลมาจากห้วยผักกูด และสายที่สองทางขวามือเป็นสายน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติดงหัวสาว ซึ่งสายน้ำทั้งสองสายมีระดับความไหลแรงตลอดทั้งปี แต่ถ้าใครอยากจะลงไปสัมผัสบรรยากาศข้างล่างน้ำตก ก็ต้องเป็นคนที่มีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงซักหน่อย เพราะต้องเดินลงไปไกลถึง 5,000 เมตร และต้องกางเต้นท์พักแรมอีก 1 คืนด้วยกัน นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการรีสอร์ท มีสถานที่ให้เรารับประทานอาหารพักผ่อนชมวิวไปด้วยทานไปด้วยได้ หลังจากเดินออกมาจากน้ำตก มายังจุดที่จอดรถไว้ ก็มีตลาดเล็ก ๆ ให้เราจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าพื้นถิ่นเช่นผ้าซิ่นได้

หากคุณมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศลาว ก็อย่าลืมลองแวะมาดูที่นี่ได้นะค่ะ เพราะเราเชื่อได้ว่าหากมีวันหยุดยาวหน้า คุณคงจะไม่พลาดมาที่นี่เป็นครั้งที่สองแน่นอน

Categories
ท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศสิงคโปร์

มีแหล่งท่องเที่ยวภายในเอเชียหลายๆ แหล่งที่มีความน่าสนใจ สิ่งที่เป็นสีสันไม่เคยหลับใหลจะอยู่ในเมืองที่มีความคึกคัก บ่อยครั้งที่เราได้เห็นและได้สัมผัสกับประสบการณ์ การวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในสิงคโปร์ อาจจะดูเหมือนว่าในเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่เห็นจะต้องกล่าวถึง แต่สิ่งที่เราได้วางแผนเกี่ยวกับเดินทางท่องเที่ยวสามารถช่วยให้คุณได้กำหนดช่วงเวลาในการพักผ่อนได้ดีกว่า เรามีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่คุณไม่ควรพลาดมานำเสนอดังนี้

Singapore Zoo

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัล โดยจัดสวนสัตว์ตามแนวคิด ‘open concept’ และยังคงรูปแบบเดิมๆ ไว้ในบางส่วน, the Singapore Zoo เป็นสถานที่ที่สามารถเรียนรู้ชีวิตสัตว์โลกได้เหมือนอยู่ตามธรรมชาติ หรือ สามารถส่องสัตว์ในช่วงเวลากลางคืนแบบ Night Safari

Sentosa

ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทางตอนใต้ของสิงคโปร์, Sentosa Island เป็นชายหาดเขตร้อนในสิงคโปร์และมี short-getaway location, เป็นเมืองที่อยู่ใกล้ๆ กับ Disneyland คนสิงค์โปร์และนักท่องเที่ยวชอบที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อมาพักผ่อนที่ชายหาดแสนสนุกสุขสดชื่น, เดินทางไปเที่ยวชมสิ่งที่น่าดึงดูดในที่นี้คือ the world-class Underwater World, และสบายๆ กับการนวดรักษาแบบสปาหรือ การเล่นกีฬาเช่น กอล์ฟ และการปั้นจักรยาน

สถานที่ที่ดึงดูดคนจำนาวนมากของ Sentosa คือ the glitzy Resorts World Sentosa, เป็นการรวมระหว่างรีสอร์ท และคาสิโน มีแหล่งอาหารการกิน และแหล่งช้อปปิ้งมากมาย, สปาผ่อนคลายด้วยนักนวดสปามืออาชีพ, six themed hotels, และ Universal Studios Singapore, มีเพียงหนึ่งเดียวที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างได้ขนาดนี้

มีบางสิ่งที่เราต้องเข้าไปเดินทางท่องเที่ยวใน Sentosa, เป็นสถานที่ที่เอาไว้ใช้พักผ่อน เพื่อหลีกหนีจากชีวิตคนเมืองและได้ดื่มด้ำกับความรู้สึกดีๆ ระหว่างช่วงการพักผ่อน

Resorts World Sentosa

สถานที่ท่องเที่ยวของสิงคโปร์ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว พัฒนาโดย Genting Singapore และพื้นที่ตั้งรีสอร์ทบนเกาะ Sentosa, Resorts World Sentosa มีความสนุกและความสุขมอบให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงการได้เข้าเล่นเครื่องเล่นและสนุกกับเรื่องราวต่างๆ ใน Universal Studios, พื้นที่กว่า 15,000 sqm เฉพาะคาสิโน, ส่วนพื้นที่ใช้สอยสาธารณะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารค่ำ, แหล่งช้อปปิ้งที่หลากหลาย, สปาและ six themed hotels.

Universal Studio Singapore เป็นสวนสนุกที่เกิดขึ้นในเอเชียใต้ มีเรื่องราวจากหนังมากมาย และสิ่งดึงดูดใจโดยรอบ Check out the 18 rides exclusive to Singapore. ถ่ายรูปร่วมดาราในหนังดังกับ Shrek, ดูการแสดงผาดโผนและรอดูดอกไม้ไฟการแสดงต่างๆ ในช่วงเวลากลางคืน

ถ้าคุณเป็นคนชอบช้อปปิ้งตัวแม่ และชอบลิ้มลองอาหารรสเลิศต้องมาที่ FestiveWalk ออกแบบสถานที่โดย Jeremy Railton, เป็นนักออกแบบที่มีประสบการณ์งานสร้างที่ the Las Vegas Fremont Street Experience, FestiveWalk dazzles patrons อย่างที่เคยได้นำเสนอไปเกี่ยวกับ the first Victoria’s Secret boutique in Singapore

ได้ร่วมสนุกกับการแสดงลีลาประกอบเพลงร็อค โดย ผู้กำกับการแสดงมีชื่ออย่าง Voyage de la Vie ที่โรงละคร the Festive Grand theatre และได้รับชมรับฟังเสียงดนตรีที่เร้าใจ, รวมถึงการแต่งกายของนักแสดงที่ดูอลังการ สวยสง่า รวมถึงการแสดงผาดโผนต่างๆ มีความสนุกและเรื่องน่าตื่นเต้นมากมายรอคุณอยู่ รวมถึงการเรียนรู้ชีวิตสัตว์น้ำกับ the Marine Life Park, คุณสามารถเข้าไปสัมผัสและมองเห็นชีวิตใต้น้ำได้อย่างเต็มตา เพราะเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นแม่น้ำที่สร้างขึ้นเองจากแรงงานมนุษย์ เป็นแม่น้ำสายที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยทำมา

หากคุณได้พักอยู่กับ ESPA ซึ่งสถานที่พักผ่อนที่มีการบริการสปาด้วย ไม่ว่าคุณจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางท่องเที่ยงใน Resorts World Sentosa เรามีจุดบริการแบบที่เดียวหายเมื่อย และได้ผ่อนคลาอยกันทั้งครอบครัว และเพื่อนฝูงที่มากับคุณด้วย

Marina Bay Sands

จากสถานที่ตั้งของโรงแรมที่อยู่ใจกลางเมือง และเป็นจุดเด่นที่สุดในย่านนั้นของประเทศ Singapore, Marina Bay Sands ได้รับการพัฒนาโครงการโดย Las Vegas Sands, เป็นบริษัทร่วมทุนเพื่อทำรีสอร์ทคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์แห่งแรกโดยจะมีโซนคาสิโนให้นักท่องเที่ยวหรือนักเสี่ยงโชคได้เล่นกัน

Envisioned จะมีทั้งนักท่องเที่ยวที่ต้องการติดต่อธุรกิจในประเทศสิงคโปร์และเพื่อมาพักผ่อน, the Marina Bay Sands’ main draw เป็นจุดหนึ่งที่น่าประทับใจสามารถมองโดยรอบของเกาะสิงคโปร์ได้ด้วย the Sands SkyPark อยู่บนชั้นที่ 55 แหละนี่คือสิ่งที่คุณสามารถมองเห็น Singapore ได้จาก a superior vantage point ขณะที่คุณกำลังสนุกสนานกับการรับประมาณอาหารบนชั้นสูงสุดของโรงแรม high-altitude fine-dining รวมถึงกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจอย่างอื่น เช่น cocktail parties และ การว่ายน้ำใน the infinity pool.

แหล่งช้องปิ้งชั้นนำและร้านอาหารค่ำหรูๆ มากมายมีให้คุณได้เลือกรับประทานที่ Marina Bay Sands เป็นหนึ่งประสบการณ์ที่คุณไม่ควรพลาด โดยพื้นที่แหล่งช้อปปิ้ง 800 000 ตารางฟุตของร้านค้าและร้านอาหาร, นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆ ได้เหมือนรับจากมือนักออกแบบเองเลย ในส่วนอื่นๆ เช่น การล่องเรื่อง the Sampan Rides สำหรับดื่มด้ำบรรยากาศริมสองฝั่งคลอง แหละนี่คือบริการและสิ่งดีๆ ที่ the Marina Bay Sands มีให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน

The unique lotus-shaped dome หนึ่งเดียวจากส่วนของ the Marina Bay waterfront hosts เป็นพื้นที่ 60 000 ตารางฟุต เพื่อจัดแสดงศิลปะและวัฒนธรรมต่างๆ รวมถึงงานศิลป์ต่างๆ และงานทางด้านวิทยาศาสตร์ สื่อ เทคโนโลยี เป็นต้น เริ่มต้นจากการเข้าร่วมงานแสดงนานาชาติจากคอลเล็กชั่นที่มีชื่อเสียงภายในสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นแหล่งนี้ คือ The Marina Bay waterfront hosts

The Sands Theater และ The Grand Theater จะใช้เพื่อการจัดแสดงนานาชาติ โดยโรงละครทั้งสองนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าชมโดยการออกแบบภายในแบบเพดานสุง ผังการชมละครที่ยิ่งใหญ่อลังการ และในยามค่ำคืนมีแสงไฟที่งดงาม โดยที่ทั้งสองส่วนนี้จะใช้เพื่อแสดงคอนเสิร์ตต่างๆ และงานจัดแสดงที่สามารถรับคนได้ถึง 4000 คนในหนึ่งครั้ง

คนที่ชอบปาร์ตี้จะต้องไม่พลาด 5 ไนท์คลับดังของ Marina Bay Sands, โดยแต่ละคลับจะมีความพิเศษแตกต่างกัน, ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายในของไนท์คลับ – สำหรับนักท่องราตรี ไม่สว่างไม่นอนก็อยู่กันถึงวันรุ่งขึ้นได้เลย แน่นอนว่าความชอบของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับสิ่งดึงดูดแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ได้นำเสนอให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัส จากแหล่งช้อปปิ้งที่หรูหรา

Singapore Flyer

สิงคโปร์ฟลายเออร์ (Singapore Flyer) ถือว่าเป็นชิงช้าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีความสูง 165 เมตร ซึ่งสูงกว่าลอนดอนอายถึง 30 เมตรเลยทีเดียว เมื่อมองวิวจากด้านบนคุณจะเห็นทัศนียภาพอันงดงามของสิงคโปร์ และบริเวณศูนย์กลางการค้าย่านมารีน่า ซึ่งสามารถมองไปรอบๆได้ทั่วทิศ 360 องศา

สิงคโปร์ฟลายเออร์ (Singapore Flyer) ถูกออกแบบเป็นแคปซูลรูปทรงกระบอกมีกระจกช่วยปกป้องรังสี UV ได้ ดังนั้นผู้เยี่ยมชมสามารถมองเห็นวิวของเมืองสิงค์โปร์ได้ไกลสุดลูกหูลูกตาแล้วยังมองเห็นวิวที่อยู่ด้านล่างได้อีกด้วย แต่ละแคปซูลจะมีแอร์ปรับอากาศทำให้รู้สึกเย็นสบายพอเหมาะกับพื้นที่ 28 ตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีม้านั่งเล็กๆ ไว้สำหรับคนที่มีความกล้าน้อยให้ได้เพลิดเพลินไปกับการชมวิวพร้อมกับความสะดวกสบายด้วยไม่ต้องกังวลและการหมุนแต่ละรอบใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ละแคปซูลจุคนได้ 28 คน นอกจากนี้ยังมีเสียงบรรยายมุมมองทัศนียภาพต่างๆ ที่คุณมองเห็นได้รอบทิศ หรือว่าคุณจะเพิ่มสีสันด้วยการเลือกแพ็คเกจจากที่เค้ามีให้อยู่แล้วก็ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการความเป็นส่วนตัวเพื่อสวีทกับคู่รักของคุณ คุณก็เลือกแบบค็อกเทลหรือแชมป์เปน พร้อมกับมีของหวานต่างๆ ที่มีการคัดสรรมาเป็นอย่างดี

ดังนั้น อย่าพลาด!! หากคุณได้มาเที่ยวสิงคโปร์ต้องลองนั่งชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสักครั้ง ดูทัศนียภาพของสิงคโปร์ในมุมมองที่แตกต่างและสวยกว่า ด้วยสิงคโปร์ฟลายเออร์ (Singapore Flyer)

Chinatown

เป็นแหล่งบ่มเพาะทางวัฒนธรรมของคนจีนในสิงคโปร์ เริ่มตั้งแต่คนจีนเดินทางมาด้วยเรือเล็กๆ เก่าๆ ของพวกเขาเพื่อเข้ามาเทียบท่าในปี 1820 เยี่ยมชมย่าน Chinatown เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแบบองค์รวมและเรียนรู้เกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ที่แสดงออกมาในงานสถาปัตยกรรม, ศาสนา, อาหารและสินค้า

ส่วนสำคัญจากวัฒนธรรมจีนในด้านอื่นๆ ซึ่งสร้างความหลากหลายให้กับประเทศสิงคโปร์ได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นคนจีนที่นับถือศาสนาพุทธ และมีการอธิบายถึงการทำนุบำรุงและดูแลวัดต่างๆ อย่างดี ไม่เพียงแค่สถานที่ดีๆ เหล่านี้เท่านั้น เราอาจจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดที่แตกต่างกันเพื่อเดินตามพุทธศาสดของศาสนาพุทธ วัด the Buddha Tooth Relic Temple และ the Thian Hock Keng Temple มีศิลปะสำคัญอยู่ภายในวัดมากมาย, นักท่องเที่ยวสามารถซึมซับกับสถาปัตยกรรมอย่าง traditional Tang Dynasty architecture หรือ สามารถมองเห็นถึงสัตว์ในตำนานของจีนที่สลักหรือวาดเอาไว้อย่างวิจิตร คุณไม่ควรพลาดชมเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเซียที่ทำด้วยทองคำ 420 kg โดยมี 201 rubies และ 35 statues of Buddha

Little India

หากคุณกำลังมองหาถึงประสบการณ์แปลกใหม่, Little India เป็นคำตอบหนึ่งที่ดีสำหรับการท่องเที่ยว เนื่องด้วยสถานที่ที่อยู่ที่ได้ค้นพบรากเหง้าของชาวเอเชียใต้จากประวัติศาสตร์สิงคโปร์ เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความหลงไหลใน an array of colourful saris, นกแก้วทำนายอนาคต, โบสถ์ฮินดูเก่าแก่, ธูปฉุนและเครื่องเทศ, and the latest Bollywood tunes amid ได้เป็นสิ่งที่ประดับให้เห็นในร้านโดยทั่วไปในย่านนี้

Orchard Road

คนที่รักในการช้องปิ้งต้องไม่พลาด Orchard Road, เป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของสิงคโปร์ เป็นแห่งช้องปิ้งที่มีอยู่ตลอดแนวของถนน โดยมีแบรนด์ดังๆ ต่างๆ มากมายเข้ามานำเสนอให้กับลูกค้าในทุกๆ ระดับ หรือ เป็นการเน้นในกลุ่มลูกค้าโดยรวมกัน ผู้ที่ได้มาเยือน Orchard Road เรียกว่าเดินช้อปปิ้งกันให้หมดแรงกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนเรื่องของสินค้ารับรองได้ว่าเห็นหรือถูกใจสามารถเลือกซื้อได้จากย่านนี้ได้ทันที

Singapore Botanic Gardens

มีสิ่งมีชีวิตอยู่มากกว่า 3,000 สายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของต้นไม้เขตร้อนและกึ่งเขตร้อนซึ่งเป็นหัวใจหรือปอดของเมืองใหญ่ที่มีแต่ความวุ่นวายเหล่านี้ ไม่น่าแปลกใจที่จะมี นักวิ่ง, คนรำไทเก็ก และผู้ที่เข้ามานั่งเล่น และปิกนิกกันในสวนแห่งนี้ในช่วงวันหยุด ซึ่งเป็นการพักผ่อนที่ดี เพื่อหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ คุณสามารถใช้เวลาที่เหลือเพื่อเข้าชมสวนกล้วยไม้จากสวนดอกไม้แห่งชาติสิงคโปร์

National Museum of Singapore

เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งหนึ่งของโลก ซึ่ง the National Museum of Singapore จะใช้ระบบ one-stop guide เพื่อบอกกล่าวถึงประวัติของประเทศสิงคโปร์และพื้นหลังทางวัฒนธรรม

Clarke Quay

เป็นย่านธุรกิจการค้าที่รุ่งเรืองมากๆ มีคลังสินค้าขนาดใหญ่เพื่อเก็บสินค้าพิเศษต่างๆ และโหลดลงเรือขนาดเล็กและ plied the Singapore River, Clarke Quay เป็นสถานที่หนึ่งที่น่าไปเที่ยวชม เพื่อให้ทราบถึงบรรยาการการขนถ่ายสินค้าในปัจจุบันเป็นอย่างไร พื้นที่ทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้น ได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเวลากลางคืนด้วย เช่น มีไนค์คลับ, บาร์ และร้านอาหารเพื่อเพิ่มบรรยากาศความคึกครื้นให้กับย่านนี้ตลอดทั้งปี

Categories
ท่องเที่ยว

กิจกรรมที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวมัลดีฟส์

สำหรับท่านที่กำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยวประเทศมัลดีฟส์และยังนึกไม่ออกว่าจะทำกิจกรรมอะไรดี วันนี้ไทยทูมัลดีฟส์ได้รวบรวมเอาข้อมูลกิจกรรมยอดนิยมที่นักเดินทางส่วนใหญ่นิยมทำกันมากที่สุดในระหว่างที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังมัลดีฟส์ มาให้ท่านลองชมเพื่อช่วยเป็นแนวทางในการวางแผนจัดทริปของท่าน โดยข้อมูลมีดังนี้

DIVING (การดำน้ำ)

มัลดีฟส์เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงในการดำน้ำอันดับต้นๆของโลก ซึ่งมีแนวปะการังที่สวยงามนับพันและอุดมไปด้วยพืชและสัตว์น้ำนานาชนิด และรีสอร์ทเกือบทุกที่จะมีบริการให้นักท่องเที่ยวดำน้ำอยู่ จุดดำน้ำที่มีชื่อเสียงของมัลดีฟส์ ได้แก่ Mushimasmingili Thila (แหล่งรวมปลาขนาดใหญ่), Maaya Thila (หนึ่งในจุดดำน้ำช่วงกลางคืนดีที่สุดในโลก), Lankan Manta Point, Banana Reef, Maldives Victory และ Maalhos Thila เป็นต้น

SNORKELLING (การดำน้ำตื้น)

การดำน้ำตื้นเหมาะสำหรับการสำรวจแนวปะการังบริเวณรีสอร์ท และยังสามารถใช้บริการเรือเดินทางไปยังจุดต่างๆเพื่อเลือกบริเวณที่อยากดำน้ำได้อีกด้วย การดำน้ำตื้นนี้ส่วนใหญ่มักจะมีขายอยู่ในแพคเกจทัวร์ต่างๆ

WATER SPORTS (กีฬาทางน้ำ)

ได้แก่ แล่นเรือใบ, เล่นเจ็ทสกี, wake-boarding (เคเบิ้ลสกี), water-skiing, พายเรือแคนู, เล่นวินด์เซิร์ฟ เป็นต้น รีสอร์ทหลายแห่งมีศูนย์กีฬาทางน้ำและผู้ช่วยมืออาชีพคอยให้คำแนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเล่นกีฬาทางน้ำ

PHOTO FLIGHTS (ถ่ายภาพบนเครื่องบิน)

คุณสามารถถ่ายรูปภาพวิวทะเลสวยๆจากมุมมองบนท้องฟ้าได้ โดยท่านจะต้องรวมกลุ่มกันแล้วติดต่อกับพนักงานของรีสอร์ทเพื่อขอใช้บริการเครื่องบินน้ำที่เรียกว่า Trans Maldivian Airways หรือ Maldivian Air Taxi

EXCURSIONS (สำรวจเกาะต่างๆ)

หากคุณต้องการเรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของคนที่นี่ คุณจะต้องไปที่เมืองนี้เลย มาเล่ เมืองหลวงของประเทศมัลดีฟส์ ซึ่งคุณจะต้องติดต่อทางรีสอรท์เพื่อให้ปรับแต่งการเดินทางเพื่อให้เหมาะกับความต้องการของคุณ เพราะโดยปกติแล้วในแพคเกจทัวร์ส่วนใหญ่คุณจะได้อยู่ที่เกาะๆเดียวเท่านั้น

FISHING (ตกปลา)

ภายในรีสอร์ทของมัลดีฟส์จะเรือสำหรับการเช่าเหมาลำเพื่อที่จะออกไปทำการตกปลา มัลดีฟส์นั้นเป็นสวรรค์ของคนตกปลาอย่างแท้จริง เป็นหนึ่งในที่ที่นักตกปลาทั่วโลกต่างไฝ่ผันอยากมากที่สุก เพราะว่าที่นี่ไม่มีกฎหมายหรือข้อบังคับห้ามจับปลาขนาดใหญ่ หากคุณจับปลาขนาดใหญ่ได้หล่ะก็ คุณสามารถนำกลับไปยังรีสอร์ทเพื่อทำบาร์บีคิวหรือย่างกินได้เลย

NIGHT FISHING (ตกปลายามค่ำคืน)

นอกจากกิจกรรมตกปลาในช่วงเช้าแล้ว ในเวลากลางคืนคุณยังสามารถออกไปกับชาวประมงเพื่อตกปลาในช่วงเวลากลางคืนได้ด้วย รีสอร์ทเกือบทุกแห่งของที่นี่จะมีชาวประมงออกจับปลาเป็นปกติอยู่แล้ว หรือคุณเช่าเหมาทั้งเลยก็ได้ การตกปลาในช่วงกลางคืนนั้นจะตื่นเต้นและหวาดเสียวกว่าช่วงกลางวันมาก เพราะคุณจะเจอทั้ง ปลากระพงแดงซึ่งเป็นปลาท้องถิ่นและปลาฉลาม แล้วอย่าลืมปล่อยสัตว์น้ำใกล้สูญพันธุ์อย่างปลาฉลามคืนสู่ธรรมชาติ ถ้าจับได้ด้วยนะครับ

WHALE SUBMARINE (นั่งเรือดำน้ำ)

เรือดำน้ำสามารถจุผู้โดยสารได้สูงสุด 50 ท่านและดำได้ลึกสุด 150 เมตร แต่โดยปกติจะดำอยู่ที่ระดับความลึก 10-40 เมตร ตามแนวของปะการังและแหล่งสิ่งมีชีวิต ในเรือดำน้ำคุณจะสามารถมองเห็นปลาจำนวนมากที่แหวกว่ายอยู่ใต้ทะเลและแนวประการังที่สวยงาม การจองนั้น สามารถทำได้ที่สำนักงานที่ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งของเมืองหลวง

Categories
ท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศมัลดีฟส์

มัลดีฟส์เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการฮันนีมูนและคู่รักที่กำลังมองหาชายหาดหรือเกาะหรูๆในวันหยุด ที่นี่มีทุกสิ่งที่ท่านอาจต้องการในเกาะเขตร้อนไม่ว่าจะเป็น น้ำใสๆ หาดทรายขาวๆ วันที่แดดอุ่นๆเหมาะแก่การดำน้ำ และคุณยังสามารถนอนในบังกะโลเหนือน้ำได้ด้วย หรือแม้กระทั่งนวดทำสปา เรามีสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่คุณไม่ควรพลาดมานำเสนอดังนี้

มาเล่ (Male)

เกาะเล็ก ๆ กว้างประมาณ 1 กิโลเมตรและยาว 2 กิโลเมตร เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยสีสันมีชีวิตชีวาและเป็นเมืองหลวงของมัลดีฟส์มีการพัฒนาเป็นเมืองชั้นนำระดับโลกที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและทันสมัย ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครอง ธุรกิจการค้า และศาสนาวัฒนธรรมของประเทศมัลดีฟส์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของที่นี่คือ Hukuru Miskiyy – เป็นมัสยิดเก่าแก่ที่สุดในประเทศมัลดีฟ สร้างขึ้นเมื่อปี 1656 ลักษณะภายนอกของมัสยิดอาจดูไม่โดดเด่นมากนัก แต่ผนังด้านในทำขึ้นจากซากปะการังและแกะสลักลวดลายอย่างสวยงาม ผนัง ประตู และหน้าต่างของมัสยิดสร้างขึ้นจากไม้ชนิดต่างๆ อาทิเช่น ไม้สัก ไม้จันทร์ นอกจากนี้ภายในยังประดับตกแต่งไปด้วยเครื่องไม้มากมาย มัสยิดแห่งนี้เป็นที่ฝังศพของสุลต่าน ขุนนางชั้นสูง และบุคคลสำคัญของมัลดีฟส์ด้วย

Addu Atoll (Seenu)

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมัลดีฟส์ เป็นเกาะปะการังที่มีรูปร่างเหมือนหัวใจยาวประมาณ 18 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 15 กิโลเมตรยาว มีเมืองหลวงคือ Hithadhoo มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 3 หมื่นคน ที่นี่ประกอบไปด้วยเกาะทั้งสิ้น 24 เกาะ 20 เกาะนั้นยังไม่มีคนอาศัยอยู่ มีการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำที่เกิดจากน้ำขึ้นน้ำลงซึ่งอาจสูงถึงครึ่งเมตร หมู่เกาะทั้งหมดใน Seenu Atoll นี้มีความสวยงามมาก แถมยังมีต้นมะพร้าวจำนวนมากใกล้ที่อยู่อาศัย ชุมชนที่นี่มีการดูแลที่ดีเพื่อให้ Addu Atoll (Seenu) สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย บ้านที่สร้างขึ้นส่วนใหญ่ทำมาจากหินปะการัง และมักจะมีสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้ผลไม้เช่นกล้วยและมะพร้าว Addu Atoll (Seenu) มีชื่อเสียงมากในระดับสากล ในเรื่องการดำน้ำ ชมปลากระเบน ฉลาม เต่าและปลาที่มีใหญ่ โดยสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี กระแสน้ำจะไม่แรงมากนักจึงเป็นสถานที่ดำน้ำที่ดีสำหรับนักดำน้ำมือใหม่ที่กำลังมองหาทริปดำน้ำที่น่าตื่นเต้น

Naifaru, Maldives

Naifaru เป็นเกาะแสนโรแมนติก นักท่องเที่ยวจะได้พบกับมุมมองของท้องทะเลสีคราม หาดทรายสีเงินขาวและภูเขาทราย คุณสามารถใช้วันหยุดของคุณในเกาะแห่งนี้เพื่อผ่อนคลายห่างไกลจากผู้คน หากคุณกำลังมองหาสถานที่พักผ่อนที่มีค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก Naifaru มัลดีฟส์คนที่นี่ส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ ที่นี้ยังมีความหลากหลายของห้างสรรพสินค้าที่ขายสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นที่ระลึกและสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านอาหารรอบเมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการให้บริการ มีเมนูอาหารอร่อยจากจีน ยุโรปและอาหารท้องถิ่นมัลดีฟส์ Naifaru เป็นที่สำหรับการผ่อนคลายอย่างแท้จริง

Thinadhoo, Maldives

ตั้งอยู่ห่างจากเมล่าประมาณ 78 กิโลเมตร Thinadhoo มีทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวที่คาดหวังจะได้ในวันหยุด ถ้ากล่าวถึงความพิเศษของที่นี่แล้วจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากภูมิทัศน์ที่งดงามซึ่ง Thinadhoo มีชื่อเสียงมาก คนส่วนใหญ่เรียกว่าเกาะมรกต ซึ่งอุดมไปด้วยความเขียวขจีและความหลากหลายของต้นไม้ที่โตเต็มที่แล้วและพื้นที่ทั้งหมดไม่มีมลพิษหรือสิ่งสกปรก สภาพภูมิอากาศที่นี่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแน่นอนและสถานที่ส่วนใหญ่เป็นที่ร่มรื่น นักเดินทางที่มาที่นี่จะได้พบกับlสถานที่ที่ดีที่สุดที่เงียบสงบ ชายหาดที่นี่เหมาะสำหรับการเดินเล่นหรือนอนแดด นอกจากนี้คุณยังสามารถเพลิดเพลินกับการว่ายน้ำและดำน้ำดูปะการังซึ่งเป็นกิจกรรมที่นิยมมากที่สุด ที่นี่เป็นที่รู้จักกันว่าเป็น ชีวิตทางทะเลที่มีสีสัน Thinadhoo มีชื่อเสียงในหาดทรายนุ่ม น้ำใสๆที่สะท้อนแสงพระอาทิตย์ และพระอาทิตย์ขึ้นและตก ถือเป็นสถานที่ฮันนีมูนที่ยอดเยี่ยม นักท่องเที่ยวคู่รักมักชื่นชอบการสวีตกันริมชายหาด ปลาหรือชีวิตทางทะเลที่มีสีสันจะพบมากในน่านน้ำนี้ซึ่งดึงดูดนักดำน้ำจากทั่วโลก ในเกาะมีรีสอร์ทหรูจำนวนมากที่ให้ความสะดวกสบาย และมีสถานที่พักผ่อนที่สมบูรณ์ แบบร้านอาหารท้องถิ่น ร้านกาแฟและเครื่องดื่มเรียงรายอยู่ทั่วเกาะ

Categories
ท่องเที่ยว

มัลดีฟส์อยู่ประเทศอะไร

หลายๆท่านอาจเข้าใจผิดเกี่ยวกับมัลดีฟส์ ซึ่งจริงๆแล้วมัลดีฟส์นั้นไม่ใช่ หมู่เกาะ จังหวัด หรือชื่อรัฐ แต่เป็นชื่อของ “ประเทศ” และมีชื่อเรียกเป็นทางการคือ “สาธารณรัฐมัลดีฟส์” โดยประเทศมัลดีฟส์ได้ประกาศยกเลิกระบบสุลต่านและได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 1968 หลังจากประกาศเอกราชจากประเทศอังกฤษในวันที่ 26 กรกฎาคม 1887 เป็นเวลา 79 ปี

สถานที่ตั้ง

ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของศรีลังกา เมื่อวัดจากที่เส้นศูนย์สูตร

ลักษณะภูมิศาสตร์

มีเกาะเล็กๆมากกว่า 1,190 เกาะ ซึ่งแบ่งเป็นหมู่เกาะใหญ่ๆได้ 26 หมู่เกาะ ทอดยาว 820 กิโลเมตร จากทางเหนือไปยังทิศใต้ และ กินพื้นที่ยาว 120 กิโลเมตร จากทางตะวันออกไปยังทิศตะวันตก 202 เกาะของที่นี่ถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัย และ 87 เกาะ ถูกใช้ทำโรงแรมหรือรีสอร์ท

สภาพภูมิอากาศ

โดยทั่วไปอากาศจะร้อนและชื้น แดดจ้าตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 29-32 องศาเซลเซียส

เครื่องแต่งกาย

ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมสวมเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้าย เนื่องจากระบายอากาศและซับเหงื่อได้ดี เหมาะกับสภาพภูมิอากาศที่นี่

ประชากร

ในปี ค.ศ. 1998 จากการสำรวจพบว่ามัลดีฟส์มีประชากรทั้งหมดประมาณ 270,000 คน ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า บนเกาะแห่งนี้มีประชากรมาอาศัยอยู่เป็นเวลานานกว่า 3,000 ปี โดยนิสัยของประชากรมีความเป็นมิตรและใจดี

วัฒนธรรม

ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

ภาษา

Dhivehi เป็นภาษาหลักของประเทศมัลดีฟส์ ส่วนภาษาอังกฤษนั้นถูกใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อใช้สื่อสารกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังมัลดีฟ์เป็นจำนวนมาก รองลงมาคือ ภาษาเยอรมัน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาอิตาลีและญี่ปุ่น

เศรษฐกิจ

ประเทศมัลดีฟส์มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 10เปอร์เซนต์ การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักของที่นี่ รองลงมาคือ การประมงและการค้า

เงินตรา

สกุลเงินมัลดีฟส์คือ รูฟียา (Rufiyaa) และลารี่ (Laari)

การศึกษา

อัตราการรู้หนังสือเป็น 98% ตามมาตรฐานการศึกษาในเขตภูมิภาค

สุขภาพ

สิ่งอำนวยความสะดวกในการดูแลสุขภาพ โรงพยาบาลมีการรักษาทางการแพทย์ที่ทันสมัย รีสอร์ทบางแห่งมีแพทย์ประจำอยู่สำหรับกรณีฉุกเฉินจากดำน้ำ

เวลาท้องถิ่น

GMT + 5 ชั่วโมง

ชั่วโมงทำการ

ตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี 7.30-14.30 ในภาครัฐบาล และเวลา 9.00-5.00 ในภาคเอกชน

การสื่อสาร

มัลดีฟส์จะมีระบบการสื่อสารที่ทันสมัย ระบบดาวเทียมสื่อสารทางไกลระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีบริการอินเทอร์เน็ตและห้เช่าโทรศัพท์มือถือใรายวันอีกด้วย

ระบบไฟฟ้า

ไฟฟ้า AC 230-240 โวลต์

Categories
ท่องเที่ยว

ไปเที่ยวมัลดีฟส์ช่วงไหนดี

เนื่องจากมัลดีฟส์เป็นประเทศที่มีบรรยากาศที่น่าหลงไหลและรีสอร์ทส่วนใหญ่จะมีความเป็นส่วนตัวมาก จึงทำให้นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนในวันหยุดยาวได้อย่างเต็มอิ่ม ด้วยเหตุนี้เองประเทศมัลดีฟส์จึงมีนักท่องเที่ยวคึกคักตลอดทั้งปี ส่วนคำถามที่ว่าจะไปเที่ยวมัลดีฟส์ช่วงไหนดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการเดินทาง ซึ่งเราจะแนะนำท่านโดยแบ่งตามประเภทดังนี้

ช่วงไฮซีซั่น (High season) ช่วงเดือนธันวาคม-เมษายน

ช่วงเวลานี้อากาศจะร้อนและไม่ค่อยมีฝนตกบวกกับมีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปจำนวน มากที่หลบหนีฤดูหนาวของประเทศเขามาพักผ่อน รีสอร์ทและที่พักในมัลดีฟส์จึงมีค่าบริการในอัตราที่สูงที่สุดของปี และยิ่งช่วงคริสมาสต์หรือปีใหม่แล้วหละก็ คุณอาจต้องจองที่พักล่วงหน้านานมากเพราะนักท่องท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามา เป็นจำนวนมากทำให้ที่พักเต็มหมด

ช่วงโลว์ซีซั่น (Low season) ช่วงเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน

ช่วงเวลานี้อาจมีฝนตกและเกิดมรสุม รีสอร์ทและที่พักจะลดค่าบริการลง ในช่วงระหว่างเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมค่าที่พักจะมีราคาต่ำด้วยสภาพอากาศไม่ ดี แต่หากคุณต้องการที่พักที่มีราคาต่ำสุดๆแล้วหล่ะก็ เดือนพฤศจิกายนจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะในเดือนนี้ค่าที่พักจะมีราคาต่ำที่สุดในรอบปี

เหมาะแก่การดำน้ำ ช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม

มัลดีฟส์มีชื่อเสียงในการดำน้ำที่ยอดเยี่ยมมาก ในช่วงเวลานี้จะไม่ค่อยมีฝนและมรสุม น้ำในท้องทะเลจะใสบวกกับแสงแดดงามๆในหน้าร้อน จึงเหมาะแก่การดำน้ำชมปะการังและทัศนียภาพตามท้องทะเลอันสวยงาม